วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2554

Hope.......


กลอน กลอนภาษาอังกฤษ Hope : กลอนภาษาอังกฤษ ความหวัง

Behind the clouds and mist of cold
The warming light of sun doth show
Within the depth of darkling night
The stars yet shining out their light.

Will the time come to light my days
And shed those pain and lone away
Will someone come and hold me near
I long for thee to stop my tears

Will there be sun behind my clouds
Or will my star ever be found
I long, I wish, o my heart cries
For someone I could call as mine.

--------------------------------------

เบื้องหลังหมอกมัวเหนือฟ้าหม่น
แสงอ่อนโยนของตะวันยังเฉิดฉาย
ราตรีมืดไม่ไร้ดาวพราวพราย
จะมีสักวันไหมได้พบเธอ

คนที่จะจุดประกายปลายฟ้า
อบอุราให้อุ่นไอรักเสมอ
จะมีไหมวันนั้นวันที่เจอ
หรือต้องเพ้อเพียงฝันนิรันดร

ที่มา กลอนภาษาอังกฤษ : planet.kapook.com/ilikechopin

วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2554

English Tip 7










     มาถึงพระเอกของเรา คือกริยาช่อง นั่นเอง การใช้ v3 (ขอเรียกย่อ ๆ แบบนี้แล้วกันนะครับ) ซึ่งถ้าอ่านมาตั้งแต่ต้นก็จะพบว่ามันไม่เกี่ยวกับอนาคตแต่อย่างใด แต่เราจะใช้มันใน 2 กรณีดังนี้ 

1. Present/ Past Perfect Tense (have/has/had +V3)

2. Passive Voice (V.to be+V3)

เห็นชื่อมันแล้วอย่าเครียดนะครับ เดี๋ยวผมจะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ เหมือนเคยเริ่มจาก Perfect ก่อนแล้วกันนะครับ ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงเคยเรียนมาแล้วผมให้เวลานึกก่อนว่า มันคืออะไร.................. คำตอบที่ได้ก็คงประมาณว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน และมีแนวโน้มว่าจะดำเนินต่อไปในอนาคต หรือเหตุการณ์ที่เพิ่งจบไปแต่ยังส่งผลถึงปัจจุบัน อะไรประมาณนี้ใช่ไหมครับ เป็นคำอธิบายที่ดี แต่เข้าใจยากไปหน่อย (ในความรู้สึกผม) เอาเป็นว่าดูตัวอย่างกันก่อนดีกว่าครับ

กรณีที่ 1

I have eaten pizza. ฉันเคยกินพิซซาแล้วนะ (โรยมะพร้าว โรยน้ำตาล โรยงา อร่อยดี ^_^)

I have seen this movie. ฉันดูหนังเรื่องนี้แล้ว (อย่ามาชวนอีกเลย)

สรุปว่าในกรณีแรกเราใช้ในการเล่าประสบการณ์ เคยทำนั่น เคยทำนี่แล้วนะ มาถึงตรงนี้เราอาจจะสับสนกับ past simple ได้ ต้องลองเทียบความต่างกันดู

I have drunk beer. ฉันเคยดื่มเบียร์แล้วนะ (เล่าประสบการณ์ ไม่บอกว่าดื่มเมื่อไหร่ แต่เคยทำแล้วนะ)

drank beer last night. เมื่อคืนฉันดื่มเบียร์ (เล่าเหตุการณ์ในอดีต มักระบุเวลาด้วย)

***หมายเหตุ  เราสามารถใช้โครงสร้างนี้กับกริยาได้เกือบทุกตัวยกเว้น go เช่น หากเราจะบอกว่า ฉันเคยไปเชียงใหม่แล้วนะ เราจะไม่พูดว่า have gone to Chiangmai. แต่เราจะพูดว่า have been to Chiangmai. เพราะ have gone แปลว่า ไปแล้ว (ไปลับ ยังไม่กลับมา) เช่น My husband has gone. (สามีหนีไปแล้ว หรืออาจหมายถึงเสียชีวิตแล้วก็ได้)

กรณีที่ 2

เมื่อประโยคบอกเล่า หมายถึงเคยทำแล้ว ได้ทำแล้ว พอเป็นประโยคคำถามก็จะหมายถึง เคยทำไหม ได้ทำหรือยัง เช่น

Have you ever seen this movie?

Have you ever been to USA?

Have you done your homework?

กรณีที่ 3

ฉันทำสิ่งนี้มาเป็นเวลาเท่าไหร่แล้ว ดูตัวอย่างแล้วไปประยุกต์ใช้เลยนะครับ

I have studied English for 10 years.

I have known him since 1990.

สังเกตไหมครับว่า V3 มักจะไม่มาเดี่ยว ๆ จะต้องมากับ have/has/had เสมอ เวลาไปเจอ กริยาบางตัวที่ V2 กับ V3 หน้าตาเหมือนกัน ก็ขอให้สังเกตตรงนี้นะครับ ลองเปรียบเทียบสองประโยคนี้นะครับว่าประโยคไหนเป็นกริยาช่องไหน และความหมายต่างกันอย่างไร

1.       read your blog last year.

2.       I have read your blog since last year.

วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2554

เขียนไว้บนผืนทราย





มีคน 2 คนเป็นเพื่อนซี้กัน..

ต่างร่วมเดินทางไปในทะเลทราย... ระหว่างทาง..เกิดโต้เถียงขัดแย้งไม่เข้าใจกัน เพื่อนคนหนึ่ง...พลั้งลงมือ...ตบหน้าอีกฝ่าย ฝ่ายถูกทำร้าย...เจ็บปวด...แต่ไม่เอ่ยวาจา กลับเขียนลงบนผืนทรายว่า.... "วันนี้...ฉันถูกเพื่อนรักตบหน้า" ทั้งสองยังคงเดินทางต่อ...กระทั่งถึงแหล่งน้ำ พวกเขาตัดสินใจอาบน้ำ...ชำระกาย พลัน..คนที่ถูกตบหน้ากลับจมน้ำ เพื่อนอีกคนไม่รั้งรอ...เข้าช่วยชีวิต คนรอดตาย...ยังคงไม่เอ่ยวาจา.. กลับสลักลงไปบนหินใหญ่... "วันนี้...เพื่อนรักช่วยชีวิตฉันไว้" เพื่อน...อีกคนไม่เข้าใจ...ถามว่า... เมื่อถูกฉันตบหน้า...เธอเขียนลงทราย.. แล้วทำไมเมื่อครู่...ต้องสลักบนหิน อีกคนยิ้มพราย...กล่าวตอบ เมื่อถูกเพื่อนรักทำร้าย... เราควรเขียนมันไว้บนทราย ซึ่งสายลมแห่งการให้อภัย... จะทำหน้าที่พัดผ่าน...ลบล้างไม่เหลือ แต่เมื่อมีสิ่งที่ดีมากมาย...บังเกิด เราควรสลักไว้บนก้อนหินแห่งความทรงจำในหัวใจ ซึ่งจะไม่มีสายลมแรงเพียงใด...ลบล้างทำลาย


เครดิต : แวมไพร์จอมจุ้น

คุณค่าของเวลา




ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 10 ปีมีค่าขนาดไหน 
ถามคู่แต่งงานที่เพิ่งหย่าร้างกัน 

ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 4 ปีมีค่าขนาดไหน 
ถามนิสิตนักศึกษาที่เพิ่งรับปริญญาจากมหาวิทยาลัย 

ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 ปีมีค่าขนาดไหน ถามนักเรียนที่สอบไล่ตก 

ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 9 เดือนมีค่าขนาดไหน ถามแม่ที่เพิ่งคลอดลูก 

ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 เดือนมีค่าขนาดไหน 
ถามมารดาที่คลอดบุตรยังไม่ครบกำหนด 

ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 อาทิตย์มีค่าขนาดไหน 
ถามบรรณาธิการหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ 

ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 ชั่วโมงมีค่าขนาดไหน ถามคนรักที่รอพบกัน 

ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 นาทีมีค่าขนาดไหน 
ถามคนที่พลาดรถไฟ รถประจำทาง หรือเรือบิน 

ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 วินาทีมีค่าขนาดไหน 
ถามคนที่รอดตายจากอุบัติเหตุอย่างหวุดหวิด 

ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลาเสี้ยวหนึ่งของวินาทีมีค่าขนาดไหน 
ถามนักกีฬาโอลิมปิกที่ชนะเหรียญเงิน 

ถ้าท่านอยากรู้ว่ามิตรภาพมีค่าขนาดไหน เสียเพื่อนสักคนหนึ่ง 

เวลาไม่เคยรอใคร เมื่อมันผ่านไปแล้ว มันจะไม่กลับมาอีก 
จงใช้เวลาของท่านทุกขณะอย่างดีที่สุด 

ท่านจะรู้คุณค่าของเวลาเมื่อท่านแบ่งปันกับคนที่พิเศษสุดในชีวิตของท่าน