มาถึงพระเอกของเรา คือกริยาช่อง 3 นั่นเอง การใช้ v3 (ขอเรียกย่อ ๆ แบบนี้แล้วกันนะครับ) ซึ่งถ้าอ่านมาตั้งแต่ต้นก็จะพบว่ามันไม่เกี่ยวกับอนาคตแต่อย่างใด แต่เราจะใช้มันใน 2 กรณีดังนี้
1. Present/ Past Perfect Tense (have/has/had +V3)
2. Passive Voice (V.to be+V3)
เห็นชื่อมันแล้วอย่าเครียดนะครับ เดี๋ยวผมจะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ เหมือนเคยเริ่มจาก Perfect ก่อนแล้วกันนะครับ ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงเคยเรียนมาแล้วผมให้เวลานึกก่อนว่า มันคืออะไร.................. คำตอบที่ได้ก็คงประมาณว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน และมีแนวโน้มว่าจะดำเนินต่อไปในอนาคต หรือเหตุการณ์ที่เพิ่งจบไปแต่ยังส่งผลถึงปัจจุบัน อะไรประมาณนี้ใช่ไหมครับ เป็นคำอธิบายที่ดี แต่เข้าใจยากไปหน่อย (ในความรู้สึกผม) เอาเป็นว่าดูตัวอย่างกันก่อนดีกว่าครับ
กรณีที่ 1
I have eaten pizza. ฉันเคยกินพิซซาแล้วนะ (โรยมะพร้าว โรยน้ำตาล โรยงา อร่อยดี ^_^)
I have seen this movie. ฉันดูหนังเรื่องนี้แล้ว (อย่ามาชวนอีกเลย)
สรุปว่าในกรณีแรกเราใช้ในการเล่าประสบการณ์ เคยทำนั่น เคยทำนี่แล้วนะ มาถึงตรงนี้เราอาจจะสับสนกับ past simple ได้ ต้องลองเทียบความต่างกันดู
I have drunk beer. ฉันเคยดื่มเบียร์แล้วนะ (เล่าประสบการณ์ ไม่บอกว่าดื่มเมื่อไหร่ แต่เคยทำแล้วนะ)
I drank beer last night. เมื่อคืนฉันดื่มเบียร์ (เล่าเหตุการณ์ในอดีต มักระบุเวลาด้วย)
***หมายเหตุ เราสามารถใช้โครงสร้างนี้กับกริยาได้เกือบทุกตัวยกเว้น go เช่น หากเราจะบอกว่า ฉันเคยไปเชียงใหม่แล้วนะ เราจะไม่พูดว่า I have gone to Chiangmai. แต่เราจะพูดว่า I have been to Chiangmai. เพราะ have gone แปลว่า ไปแล้ว (ไปลับ ยังไม่กลับมา) เช่น My husband has gone. (สามีหนีไปแล้ว หรืออาจหมายถึงเสียชีวิตแล้วก็ได้)
กรณีที่ 2
เมื่อประโยคบอกเล่า หมายถึงเคยทำแล้ว ได้ทำแล้ว พอเป็นประโยคคำถามก็จะหมายถึง เคยทำไหม ได้ทำหรือยัง เช่น
Have you ever seen this movie?
Have you ever been to USA?
Have you done your homework?
กรณีที่ 3
ฉันทำสิ่งนี้มาเป็นเวลาเท่าไหร่แล้ว ดูตัวอย่างแล้วไปประยุกต์ใช้เลยนะครับ
I have studied English for 10 years.
I have known him since 1990.
สังเกตไหมครับว่า V3 มักจะไม่มาเดี่ยว ๆ จะต้องมากับ have/has/had เสมอ เวลาไปเจอ กริยาบางตัวที่ V2 กับ V3 หน้าตาเหมือนกัน ก็ขอให้สังเกตตรงนี้นะครับ ลองเปรียบเทียบสองประโยคนี้นะครับว่าประโยคไหนเป็นกริยาช่องไหน และความหมายต่างกันอย่างไร
1. I read your blog last year.
2. I have read your blog since last year.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น