วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2554

English Tip 7










     มาถึงพระเอกของเรา คือกริยาช่อง นั่นเอง การใช้ v3 (ขอเรียกย่อ ๆ แบบนี้แล้วกันนะครับ) ซึ่งถ้าอ่านมาตั้งแต่ต้นก็จะพบว่ามันไม่เกี่ยวกับอนาคตแต่อย่างใด แต่เราจะใช้มันใน 2 กรณีดังนี้ 

1. Present/ Past Perfect Tense (have/has/had +V3)

2. Passive Voice (V.to be+V3)

เห็นชื่อมันแล้วอย่าเครียดนะครับ เดี๋ยวผมจะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ เหมือนเคยเริ่มจาก Perfect ก่อนแล้วกันนะครับ ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงเคยเรียนมาแล้วผมให้เวลานึกก่อนว่า มันคืออะไร.................. คำตอบที่ได้ก็คงประมาณว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน และมีแนวโน้มว่าจะดำเนินต่อไปในอนาคต หรือเหตุการณ์ที่เพิ่งจบไปแต่ยังส่งผลถึงปัจจุบัน อะไรประมาณนี้ใช่ไหมครับ เป็นคำอธิบายที่ดี แต่เข้าใจยากไปหน่อย (ในความรู้สึกผม) เอาเป็นว่าดูตัวอย่างกันก่อนดีกว่าครับ

กรณีที่ 1

I have eaten pizza. ฉันเคยกินพิซซาแล้วนะ (โรยมะพร้าว โรยน้ำตาล โรยงา อร่อยดี ^_^)

I have seen this movie. ฉันดูหนังเรื่องนี้แล้ว (อย่ามาชวนอีกเลย)

สรุปว่าในกรณีแรกเราใช้ในการเล่าประสบการณ์ เคยทำนั่น เคยทำนี่แล้วนะ มาถึงตรงนี้เราอาจจะสับสนกับ past simple ได้ ต้องลองเทียบความต่างกันดู

I have drunk beer. ฉันเคยดื่มเบียร์แล้วนะ (เล่าประสบการณ์ ไม่บอกว่าดื่มเมื่อไหร่ แต่เคยทำแล้วนะ)

drank beer last night. เมื่อคืนฉันดื่มเบียร์ (เล่าเหตุการณ์ในอดีต มักระบุเวลาด้วย)

***หมายเหตุ  เราสามารถใช้โครงสร้างนี้กับกริยาได้เกือบทุกตัวยกเว้น go เช่น หากเราจะบอกว่า ฉันเคยไปเชียงใหม่แล้วนะ เราจะไม่พูดว่า have gone to Chiangmai. แต่เราจะพูดว่า have been to Chiangmai. เพราะ have gone แปลว่า ไปแล้ว (ไปลับ ยังไม่กลับมา) เช่น My husband has gone. (สามีหนีไปแล้ว หรืออาจหมายถึงเสียชีวิตแล้วก็ได้)

กรณีที่ 2

เมื่อประโยคบอกเล่า หมายถึงเคยทำแล้ว ได้ทำแล้ว พอเป็นประโยคคำถามก็จะหมายถึง เคยทำไหม ได้ทำหรือยัง เช่น

Have you ever seen this movie?

Have you ever been to USA?

Have you done your homework?

กรณีที่ 3

ฉันทำสิ่งนี้มาเป็นเวลาเท่าไหร่แล้ว ดูตัวอย่างแล้วไปประยุกต์ใช้เลยนะครับ

I have studied English for 10 years.

I have known him since 1990.

สังเกตไหมครับว่า V3 มักจะไม่มาเดี่ยว ๆ จะต้องมากับ have/has/had เสมอ เวลาไปเจอ กริยาบางตัวที่ V2 กับ V3 หน้าตาเหมือนกัน ก็ขอให้สังเกตตรงนี้นะครับ ลองเปรียบเทียบสองประโยคนี้นะครับว่าประโยคไหนเป็นกริยาช่องไหน และความหมายต่างกันอย่างไร

1.       read your blog last year.

2.       I have read your blog since last year.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น